
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดดิ่งลง 43.43 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันราคาทองคําจะทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,81.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคําไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ โดยได้รับแรงกดดันจากหลายประเด็น ได้แก่
(1.) สกุลเงินยูโรดิ่งลงกว่า 15% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี หรือ ต่ำสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2002 ที่ 1.0235 ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตพลังงานอาจ ส่งผลให้เศรษฐกิจในยูโรโซนเผชิญภาวะถดถอย หลังราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ดิ่งลงสู่ระดับ 52.0 ในเดือนมิ.ย. แตะระดับต่ำสุดใน รอบ 16 เดือนสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงชัดเจน
(2.) ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้น 1.28% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปีที่ 106.792 เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงิน ปลอดภัยท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ขณะที่การอ่อนค่าของยูโรหนุนดอลลาร์เพิ่ม
(3.) สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ร่วงลงในวงกว้าง นับตั้งแต่สัญญา น้ำมันดิบ WTI ที่ปิดร่วงลงกว่า 8% ส่วนโลหะเงินปรับตัวลงกว่า 4% และแพลตตินัมปรับตัวสติลง 2.4% จากความวิตกว่าเศรษฐกิจถดถอยจะกดดันดีมานด์ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกดดัน ราคาทองคําซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ขนิดหนึ่ง
(4.) แรงขายทางเทคนิค หลังจากราคาทองคําดิ่งลงแรงหลุดระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่แล้ว อีกทั้งเกิดสัญญาณ Dead Cross ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ย 50 และ 200 วัน และ
(5.) กองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -9.86 ตัน ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดอยู่เบื้องหลังการดิ่งลงกว่า 2.4% ทดสอบระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 15 ธ.ค.ปีที่แล้ว | สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการ, JOLIS Job Operings และรายงานการประชุมเฟดประจําเดือนมิ.ย.
หลังจากราคาทองคำทิ้งตัวลงแรง หากราคาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,784-1,786 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วง ที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ ตาม ราคาทองคำปรับตัวลงไม่มากราคาจะยังแกว่งตัวในกรอบแนวรับระยะสั้นใน โซน 1,763-1,752 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนําเปิดสถานะขาย $1,784-1,786
จุดทำกําไรซื้อคืนเพื่อทำกําไร $1,763-1,752
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสกานะขายหากหลุด $1,803
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International

