ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.59 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคําพักตัวในระยะสั้นโดยทําระดับต่ําสุดที่ 1,794.36 ตอลลาร์ต่อออนซ์
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.59 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคําพักตัวในระยะสั้นโดยทําระดับต่ําสุดที่ 1,794.36 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ราคาทองคําจะฟื้นตัวขึ้นมา เคลื่อนไหวเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้งโดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่

(1.) การแข็งค่าของเงินยูโร หลังการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ กระตุ้นการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป(ECB) อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ย “เร็วกว่าที่คาดไว้”
(2.) ADP เปิดเผยว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานลดลง 301,000 ตําแหน่งใน เดือนม.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 200,000 ตําแหน่ง ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยิ่งกดดันดัชนีดอลลาร์ให้อ่อนค่าจนแตะระดับต่ําสุดบริเวณ 95.81 ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่อยู่ เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของทองคํา และ

(3.) แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีใบเดนได้อนุมัติการส่งกําลังทหาร สหรัฐจํานวน 3,000 นายเข้าไปประจําการในยุโรปตะวันออก ปัจจัยนี้เองนอกจากจะกระตุ้นแรงซื้อทองคําโดยตรง ยังกระตุ้นแรงซื้อพันธบัตรอีกด้วย จนกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐอายุ 10 ปีให้ร่วงลงสู่ระดับต่ําสุด 1.743% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทองเพิ่ม สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ทองคําพุ่งขึ้นทะลุระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าและทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,810.76 ติขสสาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําติตลง -1.45 ตัน สําหรับวันนี้ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB)และธนาคารกลางอังกฤษ(BOE รวมไปถึงการเปิดเผย จํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ดัชนี PMI ภาคบริการจากมาร์กิตและ ISM และยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน
หลังจากราคาทิ้งตัวลงแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาสามารถยืนเหนือแนวรับโซน 1,784-1,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มดันขึ้น สู่บริเวณ 1,815 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะออกมา หากราคาไม่สามารถยืน เหนือแนวต้านโซนดังกล่าวได้

คําแนะนํา เปิดสถานะขาย 1,815
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,784-1,780
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,815

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน