简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
LTCM กองทุนที่มีโนเบลพรีซในทีม แต่ยังล้มละลายได้ บทเรียนเรื่อง Over Leverage
บทคัดย่อ:บทความนำเสนอกรณีศึกษาของกองทุน Long-Term Capital Management (LTCM) ที่แม้จะบริหารโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและใช้แบบจำลองทางการเงินที่ซับซ้อน แต่กลับล้มละลายจากการใช้ Leverage สูง และการบริหารความเสี่ยงที่ไม่เพียงพอในช่วงวิกฤตการเงินปี 1998 กรณีนี้สะท้อนว่าแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ไม่สามารถคาดการณ์ตลาดได้ทุกสถานการณ์ และความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจขยายเป็นความเสียหายมหาศาลเมื่อใช้ Leverage สูง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรด Forex คือควรใช้ Leverage อย่างรอบคอบ บริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และไม่มั่นใจในกลยุทธ์หรือแบบจำลองมากเกินไป เพื่อเพิ่มโอกาสอยู่รอดในตลาดระยะยาว.

ถ้า Bernie Madoff สอนเราเรื่องการหลอกลวง LTCM หรือ Long-Term Capital Management สอนเราเรื่องที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง นั่นคือแม้จะไม่มีการโกงใดๆ เลย แม้จะมีคนเก่งที่สุดในโลกบริหารจัดการ กองทุนก็ยังล้มละลายได้ถ้าจัดการความเสี่ยงผิดพลาด
นี่คือบทเรียนที่แอดเหยี่ยวมองว่าสำคัญไม่แพ้เรื่องการหลอกลวงเลย โดยเฉพาะสำหรับนักเทรด Forex ที่ใช้ Leverage เป็นเครื่องมือหลัก
LTCM คือใคร?
Long-Term Capital Management ก่อตั้งในปี 1994 โดยทีมงานระดับตำนานที่รวมตัวกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน นำโดย John Meriwether อดีตหัวหน้าเทรดเดอร์จาก Salomon Brothers
ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือทีมที่ปรึกษาของกองทุนมี Myron Scholes และ Robert Merton สองนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1997 จากการพัฒนาโมเดล Black-Scholes ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเทรด Option ทั่วโลก
พูดง่ายๆ คือนี่คือกองทุนที่มีสมองที่ฉลาดที่สุดในโลกด้านการเงินมารวมตัวกัน
กลยุทธ์ที่ดูสมบูรณ์แบบ
LTCM ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Arbitrage หรือการหากำไรจากส่วนต่างราคาที่ผิดปกติเล็กน้อยในตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดยใช้โมเดลคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนในการคำนวณว่าราคาสินทรัพย์ใดที่ “ควรจะเป็น” เทียบกับราคาจริงในตลาด
ปัญหาคือกำไรจากส่วนต่างเล็กน้อยแบบนี้น้อยมาก เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ LTCM จึงใช้ Leverage สูงมาก โดยบางช่วงมี Leverage สูงถึง 25 เท่าของเงินทุน
ในช่วงแรก กลยุทธ์นี้ได้ผลดีมาก สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 40% ต่อปีในช่วงปี 1995-1997 ทำให้นักลงทุนทั่วโลกแห่กันเข้ามาลงทุน
จุดที่ทุกอย่างพังทลาย
ปี 1998 วิกฤตการเงินรัสเซียเกิดขึ้น รัฐบาลรัสเซียประกาศไม่จ่ายหนี้พันธบัตร ทำให้เกิดความตื่นตระหนกทั่วโลกในตลาดการเงิน
โมเดลคณิตศาสตร์ของ LTCM ถูกสร้างขึ้นบนสมมติฐานว่าตลาดจะเคลื่อนไหวตามรูปแบบทางสถิติปกติ แต่ความจริงคือตลาดในช่วงวิกฤตไม่เคยเคลื่อนไหวตามสถิติปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ต่างๆ ที่เคยคาดการณ์ได้กลับพังทลายลงพร้อมกันหมด
เนื่องจาก Leverage ที่สูงมาก การขาดทุนเพียงเล็กน้อยในแง่เปอร์เซ็นต์ก็กลายเป็นความเสียหายมหาศาลในแง่มูลค่าจริง LTCM ขาดทุนไปกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเข้ามาช่วย?
สิ่งที่ทำให้คดี LTCM ต่างจากกองทุนล้มละลายทั่วไปคือขนาดของมันใหญ่จนสร้างความเสี่ยงเชิงระบบ หรือ Systemic Risk ต่อระบบการเงินโลกทั้งหมด
เพราะ LTCM มีสัญญาอนุพันธ์เชื่อมโยงกับธนาคารใหญ่เกือบทุกแห่งในโลก ถ้า LTCM ล้มละลายแบบไม่มีการควบคุม ความเสียหายจะลามไปทั่วระบบการเงินโลก ธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงต้องเข้ามาจัดการให้ธนาคารใหญ่ 14 แห่งร่วมกันอัดฉีดเงิน 3,600 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติการล้มละลายอย่างเป็นระเบียบ
บทเรียนสำหรับนักเทรด Forex
แอดเหยี่ยวมองว่า LTCM สอนบทเรียนที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่อง Leverage ธรรมดา
- โมเดลทางคณิตศาสตร์ไม่เคยสมบูรณ์แบบ
แม้จะมีโนเบลพรีซในทีม โมเดลก็ยังพลาดได้ เพราะตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวตามสูตรคณิตศาสตร์เสมอไป โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่พฤติกรรมมนุษย์เข้ามามีบทบาทมากกว่าสถิติ
- Leverage สูงทำให้ความผิดพลาดเล็กกลายเป็นหายนะใหญ่
การขาดทุนแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในสินทรัพย์ที่มี Leverage 25 เท่า เท่ากับการสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น นี่คือสิ่งที่นักเทรด Forex ต้องระวังมากที่สุด เพราะ Forex คือตลาดที่ใช้ Leverage สูงโดยธรรมชาติ
- Correlation ที่เคยมั่นคงสามารถพังในวิกฤต
LTCM เชื่อว่าสินทรัพย์ต่างๆ มีความสัมพันธ์ที่คาดเดาได้ แต่ในช่วงวิกฤต ทุกอย่างมักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกันหมด ทำให้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยงที่เคยได้ผลกลับใช้ไม่ได้ในจังหวะที่ต้องการมันที่สุด
- ความฉลาดไม่ใช่เกราะป้องกันความเสี่ยง
ทีมงานของ LTCM ฉลาดที่สุดในโลกด้านการเงิน แต่ก็ยังพังได้เพราะมั่นใจในโมเดลมากเกินไปจนละเลยการบริหารความเสี่ยงพื้นฐาน
มุมมองแอดเหยี่ยว
สิ่งที่แอดเหยี่ยวอยากเชื่อมโยงกับนักเทรด Forex มากที่สุดคือเรื่อง Leverage เพราะ Forex เป็นหนึ่งในตลาดที่ใช้ Leverage สูงที่สุด บางโบรกเกอร์เสนอ Leverage สูงถึง 500 เท่าหรือมากกว่านั้น
LTCM พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดในโลกก็ยังพังได้ถ้าใช้ Leverage สูงเกินไปโดยไม่มีแผนรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด นักเทรดรายย่อยที่ไม่มีทีมนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลคอยช่วยวิเคราะห์ ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องนี้มากกว่าหลายเท่า
Leverage ไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือเครื่องมือที่ขยายทั้งกำไรและขาดทุนพร้อมกัน และผู้ที่อยู่รอดในตลาดระยะยาวคือคนที่เข้าใจขีดจำกัดของมันอย่างถ่องแท้
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
