简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
น้ำมันร่วงใกล้ระดับก่อนเกิดสงคราม หลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว ส่วน Fed คงดอกเบี้ยไม่เ
บทคัดย่อ:สรุปประเด็นสำคัญFed รักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026ดัชนีดอลลาร์สหรัฐกลับมายืนเหนือระดับ 100.00 ได้หลังตลาดลดโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลงทองคำพุ่งในช่วงต้

สรุปประเด็นสำคัญ
Fed รักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐกลับมายืนเหนือระดับ 100.00 ได้หลังตลาดลดโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลง
ทองคำพุ่งในช่วงต้นสัปดาห์รับข่าวบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ก่อนพลิกกลับมาอ่อนตัวหลังการประชุมของ Fed
การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแรง หลังตลาดตัดความกังวลเรื่องสงครามออกไป
Nikkei ของญี่ปุ่นและ Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ตามกระแสหุ้น AI ทั่วโลก
SpaceX เผชิญช่วงผันผวนหนักหลังทะยานขึ้นเหนือ $225 ก่อนดิ่งลงสู่ $173
Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายเข้มงวดต่อ
ข้อตกลงสันติภาพจบปัญหาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน
ตลาดหุ้นเอเชียเดินหน้าทุบสถิติใหม่ต่อ
Fed มีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามที่คาดไว้ แต่ประเด็นสำคัญกลับเป็นแผนภาพ Dot Plot และแนวทางนโยบายในอนาคตที่เปลี่ยนไป โดยผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายคาดว่าอัตราดอกเบี้ยตอนสิ้นปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 3.8% ชี้ว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งในปีหน้ามากกว่าการลดดอกเบี้ยตามที่นักลงทุนจำนวนมากต้องการ
ด้านตลาดการเงินก็ตอบสนองต่อการประกาศอย่างรวดเร็ว โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทะยานขึ้นยืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 100.00 อีกครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แต่ส่งผลให้ทองคำต้องเผชิญแรงกดดันจนร่วงต่ำกว่า $4,200 หลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์ ส่วนดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ต่างเผชิญแรงขายตามการประกาศดังกล่าว
แม้ปัญหาด้านเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง แต่ผู้มีสิทธิ์กำหนดนโยบายกลับไม่มีท่าทีปรับลดอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด
ด้านตลาดหุ้น SpaceX ทะยานขึ้นเหนือ $225 ในระหว่างสัปดาห์ตามกระแสความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI ดาวเทียม และเสรษฐกิจอวกาศของบริษัท อย่างไรก็ตาม แรงขายทำกำไรและความผันผวนในตลาดโดยรวมได้กดให้ราคาหุ้นย่อหนักจนปิดสัปดาห์ที่ $173 แทน
อีกหนึ่งสถานการณ์สำคัญในสัปดาห์นี้ คือการลงนามในข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการยุติความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียลง พร้อมเปิดโอกาสที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง โดยข้อตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการหยุดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน รวมถึงการเปิดให้หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกกลับมาใช้งานเป็นปกติ
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มตัดปัญหาสงครามและน้ำมันออกไป โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ร่วงลงสู่ $77 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI อ่อนตัวลงสู่ระดับ $70 กลางๆ ต่อบาร์เรล โดยระดับนี้ถือเป็นระดับที่เคยซื้อขายมาก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้น และราตาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงราว 9-10%
ด้านทองคำ แม้ในช่วงแรกจะได้ประโยชน์จากการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และโอกาสที่สถานการณ์ทางการเงินอาจผ่อนคลายลง แต่การที่ Fed บังคับใช้นโยบายที่เข้มงวดก็เข้ามาเปลี่ยนทิศทางของตลาดอย่างรวดเร็ว โดยการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ได้ลดความน่าสนใจของทองคำลงไป เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายผลตอบแทนใดๆ
ด้านหุ้นญี่ปุ่นสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ชัดเจน โดย Nikkei 225 ทะยานขึ้นเหนือระดับ 71,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางของประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของหุ้นทั่วโลก
ขณะเดียวกัน KOSPI ของเกาหลีใต้ก็พุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่จนทะลุระดับ 9,000 จุดได้เป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังเป็นกลุ่มที่ดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนเป็นหลัก
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
