简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
ดอลลาร์แข็งค่ากดดันเงินเยน ท่ามกลางมุมมองดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป
บทคัดย่อ:ความตึงเครียดของอุปทานพลังงานผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบขยับสูงขึ้น สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อที่ส่งผลให้ธนาคารกลางหลักสงวนท่าทีต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังคงประเมินระดับสูงไว้ สร้างความต้องการถือครองดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลง จนทางการญี่ปุ่นต้องระวังพฤติกรรมการเก็งกำไร

ทิศทางราคาพลังงานและอุปทานที่ตึงตัว
โครงสร้างของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้กำลังปรับตัวรับกับภาวะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจทรงตัวตึงตัวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ ปัจจัยสนับสนุนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ขยับขึ้นเหนือระดับ 105.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่าปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ลดลง 6.23 ล้านบาร์เรล สวนทางกับยอดส่งออกที่ขึ้นไปแตะระดับ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ข้อจำกัดด้านอุปทานพลังงานและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ผลักดันให้ต้นทุนราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น สิ่งนี้กลายมาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้การประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางหลักหลายแห่งต้องเปลี่ยนไป
ท่าทีของธนาคารกลางต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ
การสะท้อนมุมมองใหม่นี้เห็นได้ชัดเจนจากการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 3.50% ถึง 3.75% มติดังกล่าวมีความเห็นแตกต่างกันถึง 8 ต่อ 4 เสียง ซึ่งเป็นการแย้งกันในสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 โดยมีกรรมการ 3 ท่านไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย ท่ามกลางความกังวลว่าการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะสั้นกำลังขยับสูงขึ้น ท่าทีดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดโอกาสที่สหรัฐฯ จะลดอัตราดอกเบี้ยลง และหันมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ต้นทุนทางการเงินอาจขยับขึ้นในช่วงปลายปี
ฝั่งธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็เผชิญสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน ตลาดเงินเริ่มคาดการณ์และปรับทิศทางโดยมีสมมติฐานว่า BoE อาจมีความจำเป็นต้องขยับดอกเบี้ยขึ้นสองครั้งภายในปี 2026 เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งพลังงาน การประเมินมูลค่าความเสี่ยงรอบใหม่นี้เปลี่ยนทิศทางกระแสเงินทุนให้ไหลกลับเข้าหาสกุลเงินดอลลาร์ และจำกัดการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอย่างเงินปอนด์และดอลลาร์ออสเตรเลีย
ผลกระทบต่อสภาพคล่องของเงินเยน
เมื่อดอลลาร์มีความต้องการซื้อสูงขึ้น สกุลเงินที่ได้รับแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจนคือเงินเยน ซึ่งอ่อนค่าลงไปเคลื่อนไหวบริเวณ 160.45 เยนต่อดอลลาร์ เทียบเท่ากับสถิติระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือน โครงสร้างนโยบายที่เข้มงวดของสหรัฐฯ เมื่อประเมินร่วมกับสภาพแวดล้อมทางการเงินของญี่ปุ่น ได้สร้างช่องว่างที่ส่งผลให้มีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อแสวงหาส่วนต่างผลตอบแทน การขยับตัวสู่ระดับจิตวิทยาที่สำคัญนี้ ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นตัดสินใจส่งสัญญาณเตือนเรื่องความพร้อมในการเข้าดูแลตลาด เพื่อป้องกันผลกระทบจากการเก็งกำไรในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ภาวะตลาดภายใต้การประเมินมูลค่าใหม่
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในสัปดาห์นี้กำลังปรับโครงสร้างราคาเพื่อตอบรับกับปัจจัยแวดล้อมที่ตึงตัวขึ้น ต้นทุนพลังงานที่ไม่ลดทอนลงและจุดยืนของธนาคารกลางที่ไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้ตามความคาดหวังเดิม เป็นข้อจำกัดที่บังคับให้นักลงทุนระดับสถาบันต้องปรับกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุน ความแตกต่างของโครงสร้างดอกเบี้ยและต้นทุนเงินทุนของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จึงทำหน้าที่เป็นปัจจัยหลักที่สะท้อนทิศทางของสภาพคล่องและพฤติกรรมในตลาดปัจจุบัน
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้! ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4 คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
