บทคัดย่อ:คดี Worldcoin ที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษ สะท้อนความเสี่ยงใหม่ของตลาดคริปโตในมิติ “ข้อมูลชีวภาพ + กฎระเบียบ”
การสแกนม่านตาซึ่งถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวระดับเดียวกับ DNA สร้างคำถามใหญ่ด้านความโปร่งใสและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่า Regulatory Risk ในตลาดคริปโตไทยยังมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะโปรเจกต์ Web3 และ Identity
สำหรับนักเทรด ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายอาจไม่กระทบราคาทันที แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อความเชื่อมั่นและทิศทางตลาดระยะกลาง

ประเด็น “คริปโต + ข้อมูลส่วนบุคคล” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 5 จุด ในคดีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต ภายใต้โครงการ Worldcoin ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และพบว่ามีคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย เข้าร่วมสแกนม่านตาไปแล้ว
แอดเหยี่ยวมองว่า ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายหรือความเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็น “สัญญาณเตือน” สำคัญสำหรับนักเทรดและนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะในมิติของ Regulation Risk ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศตลาดในระยะถัดไป
รับเป็นคดีพิเศษ หลังพบเส้นทางเชื่อมโยงเงินทุนต่างชาติ
คดีดังกล่าวถูก DSI รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 หลังพบข้อพิรุธเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับบริษัท Prime Opportunity Fund VCC จากสิงคโปร์ ซึ่งใช้ระยะเวลาดำเนินการเพียงไม่กี่วัน และมีความเชื่อมโยงกับการเก็บข้อมูลชีวภาพของประชาชนจำนวนมาก
ภายหลังการตรวจสอบ พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเงินทุนต่างประเทศ และข้อสงสัยด้านการฟอกเงินดิจิทัล ทำให้มีคำสั่งยกเลิก MOU และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง DSI และ ปปง. เข้าตรวจสอบเชิงลึก
ข้อมูลม่านตา = ข้อมูลชีวภาพระดับเดียวกับ DNA
หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ การยืนยันจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่า “ม่านตา” ถือเป็นข้อมูลชีวภาพที่มีความอ่อนไหวสูง เทียบเท่ากับ DNA ซึ่งหากถูกจัดเก็บหรือส่งต่อโดยไม่โปร่งใส อาจนำไปใช้ในทางมิชอบ เช่น อาชญากรรมไซเบอร์ หรือการสร้างบัญชีม้าในระบบการเงิน
จนถึงขณะนี้ เครื่องสแกนม่านตาดังกล่าว ยังไม่ผ่านการรับรองทางกฎหมายจาก ก.ล.ต. ว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ ทั้งที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับเหรียญดิจิทัลไปแล้ว โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ในรูปแบบใด
DSI บุกค้น 5 จุด เร่งเก็บหลักฐานดิจิทัล
การตรวจค้นในวันที่ 8 ม.ค. ครอบคลุมบริษัทที่เกี่ยวข้อง 4 แห่ง และบ้านพักของกรรมการบริษัทอีก 1 จุด โดยเป้าหมายหลักคือการค้นหาอุปกรณ์สแกนม่านตา เซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และเอกสารทางการเงิน
จากรายงานภายใน ระบุว่า บริษัทหลายแห่งมีโครงสร้างเชื่อมโยงกัน และอาจถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยเฉพาะ ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบว่า ข้อมูลม่านตาคนไทยถูกเก็บไว้ที่ใด อยู่ในระบบ Cloud หรือถูกส่งออกไปต่างประเทศหรือไม่
.
สำหรับนักเทรดคริปโตและ Forex ข่าวนี้สะท้อนชัดว่า ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Regulatory Risk) ในไทยยังไม่จบ และอาจเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะกับโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ Web3, Identity และ Data
แอดเหยี่ยวมองว่า ในระยะสั้น ตลาดอาจไม่ตอบสนองทางราคาทันที แต่ในระยะกลาง ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายสามารถกระทบ
- ความเชื่อมั่นนักลงทุน
- ท่าทีของหน่วยงานกำกับ
- และการไหลของเงินทุนในตลาดคริปโตไทย
นักเทรดจึงควรแยกให้ออกระหว่าง “เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย” กับ “ความพร้อมของกฎหมาย” เพราะในตลาดการเงิน สิ่งที่ไม่ชัดเจน มักกลายเป็นความผันผวนเสมอ
สุดท้ายคดีนี้จะจบลงอย่างไร ยังต้องติดตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ยุคต่อไปของคริปโต ไม่ใช่แค่เรื่องกำไร แต่คือเรื่อง “ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อข้อมูล” ซึ่งนักเทรดทุกคนควรตระหนักให้มากขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
