PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ในงาน Devconnect Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เตือนว่าการถือครอง ETH ของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ เช่น BlackRock อาจสร้างสองภัยคุกคามต่อเครือข่าย ได้แก่ การสูญเสียอุดมการณ์ Ethereum และการรวมศูนย์ระบบมากเกินไป สิ่งนี้อาจทำให้นักพัฒนาหลักถอนตัว และระบบเปิดที่ทุกคนเข้าถึงได้เสื่อมค่า Vitalik จึงเน้นว่าชุมชนต้องยืนหยัดในคุณค่าหลักของ Ethereum เพื่อรักษาความเป็นระบบเปิดและโปรโตคอลที่ทุกคนมีส่วนร่วม การเข้าใจเจตนาของเขาจึงช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพใหญ่และประเมินอนาคตของ Ethereum ได้ชัดเจนขึ้น

ในงาน Devconnect ที่เพิ่งจัดขึ้นไม่นานนี้ วงการคริปโตต้องสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ขึ้นเวทีพร้อมย้ำชัดว่า เครือข่าย Ethereum กำลังเผชิญ “2 ภัยคุกคามสำคัญ” หากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ BlackRock ยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครอง ETH อย่างต่อเนื่องในอัตราที่น่ากังวล
กระแสสถาบันไหลเข้ามาหลังเปิดตัว Ethereum ETF ทำให้นักัลงทุนฝั่งวอลล์สตรีทกว่า 9 รายถือ ETH รวมกันมากกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และคลังสำรองเอกชนหลายแห่งถือใกล้เคียงกันอีก
ในมุมของหลายคน นี่อาจดูเป็นสัญญาณบวก แต่ในสายตาของผู้สร้าง Ethereum – มันคือ “เสียงสัญญาณเตือนระดับหัวใจของระบบ”
แอดเหยี่ยวขอเล่าให้ชัด ๆ เพราะหลายคนอาจรู้ว่าเขาคือผู้สร้าง Ethereum แต่ไม่รู้เบื้องลึกว่าทำไมเสียงของเขาถึงมีอิทธิพลขนาดนี้
Vitalik Buterin คือโปรแกรมเมอร์เชื้อสายรัสเซีย–แคนาดา เกิดปี 1994 เป็นคนที่เริ่มเขียนโปรแกรมตั้งแต่เด็ก และเข้าสู่วงการบล็อกเชนด้วยการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Bitcoin Magazine ก่อนจะเกิดความคิดว่า Bitcoin ยังมีข้อจำกัดมาก และโลกต้องการระบบที่ทำได้มากกว่า “แค่ดิจิทัลเงิน”
ปี 2013 เขาเขียนไวต์เปเปอร์ Ethereum ขึ้นเองทั้งหมด
ปี 2015 Ethereum ถูกปล่อยสู่โลกจริง
และกลายเป็น “ระบบนิเวศที่สร้าง Smart Contract, DeFi, NFT และแอปกระจายอำนาจทั้งหมดที่เราเห็นในวันนี้”
เรียกได้ว่า ถ้า Ethereum คือเมืองใหญ่ Vitalik ก็คือ “สถาปนิกที่ออกแบบทั้งผังเมืองและเสาหลักทั้งหมด”
เพราะฉะนั้น เมื่อคนคนนี้ออกมาเตือน วงการต้องฟัง
Vitalik กังวลว่า เมื่อสถาบันเริ่มถือครองมากขึ้น พวกเขาอาจเริ่มมีอิทธิพลเหนือทิศทางเครือข่าย และทำให้ Ethereum ต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อเอาใจบริษัทใหญ่ ไม่ใช่ชุมชน
ถ้า Ethereum กลายเป็นเหมือนระบบการเงินเดิม ๆ ที่ต้องขออนุญาต ใช้ หรือปรับอะไรตามบริษัทใหญ่…
คุณค่าที่ Ethereum ยืนหยัดมาตลอดก็อาจสลายไป และนักพัฒนาที่เชื่อในอุดมการณ์เดิมก็อาจค่อย ๆ หายจากระบบ
Vitalik ยกตัวอย่างสำคัญ เช่น ข้อเสนอของสถาบันที่อยากลด Block Time เหลือ 150 มิลลิวินาที เพื่อรองรับ High-Frequency Trading ถ้าทำแบบนั้นจริง คนทั่วไปแทบจะรันโหนดไม่ได้เลย
สุดท้าย Ethereum อาจเหลือแต่ “ศูนย์กลางการเงินยักษ์ใหญ่” ที่รันระบบได้จริง ซึ่งขัดแย้งกับคอนเซปต์ Web3 อย่างสิ้นเชิง
Vitalik บอกชัดว่า ถ้าอยากให้ Ethereum อยู่รอดและยังแตกต่างจากระบบเดิมได้จริง ชุมชนต้องยืนหยัดในคุณค่าหลักเดิม นั่นคือ…
เพราะสิ่งที่ทำให้ Ethereum มีค่ามาตลอด ไม่ใช่ราคา ETH แต่คือความเป็น “ระบบเปิดที่ทุกคนมีพื้นที่ยืนด้วยตัวเอง”
แอดเหยี่ยวมองว่าคำเตือนนี้ไม่ใช่การขัดขวางสถาบัน แต่เป็นการชี้ให้เห็นว่า ถ้าปล่อยให้ทุนใหญ่เข้ามาควบคุมระบบมากเกินไป Ethereum อาจไม่ใช่ Ethereum อีกต่อไป
สำหรับนักลงทุนอย่างเรา ๆ นี่คือสัญญาณเตือนว่าตลาดคริปโตยังคงต้องจับตาเรื่อง “การรวมศูนย์แบบเนียน ๆ” ที่อาจแทรกเข้ามาผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิม
ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเทรด หรือสายถือระยะยาว ถ้ารู้ว่า vitalik buterin คือ ใคร และเข้าใจเจตนาของเขา คุณจะเข้าใจภาพใหญ่ของ Ethereum และจะมองอนาคตของมันได้ชัดเจนกว่าเดิมหลายเท่า
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น