PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สภาพคล่อง (Liquidity) คือ ความสามารถในการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศ (foreign currencies) ที่มีปริมาณการซื้อขายที่สูงตามความต้องการ

ในตลาดการเงินทุกประเภทจะต้องเจอกับคำว่า“สภาพคล่อง (Liquidity)” ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักเลยก็ว่าได้ สภาพคล่องมักจะมีผลต่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ แล้วสภาพคล่องคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ ตามแอดเหยี่ยวมาในบทความนี้ได้เลย
สภาพคล่อง (Liquidity) คืออะไร?
ในตลาด Forex หมายถึง ความสามารถในการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศ (foreign currencies) ที่มีปริมาณการซื้อขายที่สูงตามความต้องการ หมายความว่า เทรดเดอร์สามารถซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและไม่มีความยากลำบากในการหาคู่สกุลเงินที่จะทำการซื้อหรือขายในตลาดนั้น สภาพคล่องมักประกอบด้วยการเข้า-ออกของผู้เทรดและนักลงทุนที่มีความสนใจในตลาดฟอเร็กซ์
ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้เทรดฟอเร็กซ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้สามารถเปิดหรือปิดการซื้อขายได้อย่างอิสระและตามที่ต้องการ เมื่อตลาดมีสภาพคล่องสูง คำสั่งซื้อและขายมักจะถูกดำเนินการอย่างรวดเร็วและทันทีตามราคาที่คาด
สภาพคล่อง (Liquidity) สำคัญอย่างไร?
สภาพคล่องของตลาด จะทำให้สามารถทำการวิเคราะห์และทำการตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างมั่นใจขึ้น
1.สภาพคล่องของตลาดที่ดีทำให้นักลงทุนสามารถทำธุรกรรมได้ง่ายและรวดเร็ว ยิ่งตลาดมีสภาพคล่องมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งน้อยลง
2.มักจะเกี่ยวข้องกับ Spread ที่ต่ำ ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมลดลง นักเทรดสามารถซื้อในราคาถูกกว่าและขายในราคาสูงกว่าได้
3.ทำให้มีปริมาณการซื้อขายมาก สนับสนุนการเข้าออกจากตลาดได้โดยไม่มีปัญหา สามารถทำธุรกรรมในทิศทางที่ต้องการได้ตามที่ต้องการ
4.สามารถทำธุรกรรมในขนาดใหญ่ๆ โดยไม่ส่งผลกระทบมากต่อราคาหรือความสามารถในการทำธุรกรรม
5.เมื่อสภาพคล่องของตลาดที่ดีทำให้สามารถทำกำไรหรือขาดทุนได้โดยไม่มีความยุ่งยากมาก
สภาพคล่องในตลาด Forex มีผลต่อราคาของ คู่เงิน สภาพคล่องที่ดีช่วยให้ราคามีความเสถียร และไม่มีการผันผวนมาก แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้นักเทรดไม่มั่นใจเกี่ยวกับตลาด เช่น ข่าวสารทางเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ทางการเมืองจะส่งผลให้สภาพคล่องอาจจะลดลง และราคาผันผวนมากขึ้น
สกุลเงินที่มีสภาพคล่องดี ทำให้ให้ค่าสเปรดแคบลง หรือค่าธรรมเนียมที่เทรดเดอร์ต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสภาพคล่อง มีอะไรบ้าง?
1.ปริมาณการซื้อขายในตลาด Forex เป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสภาพคล่อง ปริมาณการซื้อขายมากทำให้ตลาดมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนเงินมากขึ้น
2.มีความเกี่ยวข้องกับความเสถียรของราคา ราคาที่มีความเสถียรจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้เทรดและนักลงทุน
3.การเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารทางเศรษฐกิจและการเงินมีผลต่อสภาพคล่อง เนื่องจากข้อมูลที่รวดเร็วและเชื่อถือได้สามารถสร้างการเคลื่อนไหวในตลาด
4.ความนิยมของคู่สกุลเงิน มีผลต่อความคล่องของตลาด คู่สกุลเงินที่มีความนิยมสูงมักมีสภาพคล่องที่ดีกว่า
5.มีการเปลี่ยนแปลงตลอดวัน จะมีการเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่มีการซื้อขายมากที่สุด ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่ตลาดเปิด
6.มักถูกกระตุ้นจากข่าวสารทางเศรษฐกิจและการเงิน เช่นข้อมูลการเศรษฐกิจชาติหรือสหภาพยุโรป (EU) การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง อาจมีผลต่อความคล่องในตลาด Forex
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก startrader
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น