WARLOCK MARKET ดีไหม? มาตรวจทั้งสำนักงานและเสียงจากผู้ใช้งานจริง ก่อนฝากเงิน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บทคัดย่อ:วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “ ทำความรู้จักการเทรด DayTrade เเบบ Sniper ”
วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “ ทำความรู้จักการเทรด DayTrade เเบบ Sniper ”

DayTrade จุดประสงค์คือการหา Cash Flow ถ้าใครจะเอาสร้างพอร์ตให้เติบโตคงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะเราต้อง Cash Out เงินสดออกมาตลอดเลยไม่ค่อยจะตอบโจทย์เรามาเเบ่งประเภทของ DayTrade กันก่อน
โดยเเบ่งออกเป็น 2 เเบบ คือ
1. เเบบ Sniper
2. เเบบ Scalping
เราจะเเบ่งการเทรดเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงบ่ายกับช่วงค่ำ 13.00-16.00 น. และ 18.00-22.00 น.
ในช่วงเช้า ๆ ไม่ค่อยเหมาะกับการเทรดมากส่วนมากเหมาะกับการวางเเผนไว้ช่วงบ่ายกับช่วงเย็นมากกว่าการทำการบ้านจะหาคู่เงินที่มีลักษณะที่เป็นเทรนด์หรือคู่ที่มีการพักตัวที่กำลังจะ Breakout ในช่วงบ่ายเราจะเน้นไปที่ GBPกับEUR ในช่วงค่ำ ๆ 1 ทุ่มเราจะไปเน้นคู่ USD เเละทองคำ (สามารถเทรดได้ทั้ง 2 ช่วงเวลาเลย)


ในการเทรดรอบนี้คือ มองโครงสร้างก่อนหน้านี้ก่อนว่ากราฟทำอะไรมาก่อน
จุดที่ 1 : กราฟราคาไม่สามารถทำ High ที่สูงขึ้นได้
จุดที่ 2 : ก่อนเข้าช่วง Newyork คือราคาไม่สามารถ ทำให้ High ทำให้มองเป็น Lower High

หลังจากนั้นราคาได้ Breakout 1974.17 ลงมาเป็นแท่ง Imbalance ลงมา สามารถกดเข้าออเดอร์ได้เลย หลังจากนั้นราคาลงมา 2,000 จุด
ในภาพของการเทรด อีกหนึ่งอย่างที่ต้องระวังเลยคือ จังหวะที่ราคาย่อขึ้นไปทำ Pullback ที่ 1974.17 ถ้าเราเจอกรณีนี้ให้แบ่งไม้เป็น 2 ไม้ ไม้แรกเข้าจังหวะ Imbalance จังหวะ 2 เข้าที่ Pullback
ในภาพของการเทรดใน Case Study เราจะใช้ TF5M ในการเทรด
กรอบสีส้มคือช่วง 1ทุ่ม-ช่วง4ทุ่ม เทรดจบในวัน
ก่อนที่เราจะเข้าเทรดต้องมองโครงสร้างราคาก่อน กราฟราคาได้ Breakout เทรนด์ขาลงขึ้นมาทำ High ที่สูงกว่า High เก่า ทำให้เป็น HigherHigh พอกราฟขึ้นไปทำ HigherHigh กราฟได้ย่อลงมา Throwback
ในเวลา 1 ทุ่มพอดีเลยวางแผนเทรดหน้า Buy ทำไม Buy ละ..? เพราะว่าโครงสร้างราคาเป็นแนวโน้มขาขึ้น

หลังจากนั้นกราฟได้ขึ้นต่อ เราจะเห็นว่า เวลากราฟราคาวิ่งแรงมักจะวิ่งช่วง ของ 1 ทุ่ม เป็นช่วงตลาด New York
Setup Loss
ในภาพนี้คือเงื่อนไขและข้อเสียของระบบ คือข้อเสียการที่เราดูแค่โครงสร้างย่อยอย่างเดียว อาจจะทำให้เราสวนเทรนด์หลักอย่าง H1 ขึ้นไป
เงื่อนไขในการแพ้นอกจากที่ต้องยอมที่ StopLoss แล้ว คือจังหวะ V Shape หรือ FB (False Breakout) เราจะรู้ว่าจังหวะนี้เป็น False Breakout ได้คือกราฟจบไปแล้ว

ในเคสนี้เหมือนกัน Setup นี้มักจะแพ้ V-Shape

ในภาพของการเทรดในเคสนี้ เราจะเห็นว่ากราฟไม่สามารถ ทำ High ที่สูงกว่า High เก่าได้ เราเลยทำให้น้ำหนักฝั่ง Sell มากกว่า ในการเทรดฝั่ง Sell เราจะรอให้ราคา Breakout 1974.30 ลงมาก่อนถึงจะเข้าออเดอร์ Sell ได้
ส่วนขา Buy เราก็ต้องรอให้กราฟ Breakout ขึ้นไปที่ 1980.05 ก่อน เพื่อขึ้นไปทำ High ใหม่ สูงกว่าเดิมให้ได้

ทำไมถึงได้ราคานี้ เราสามารถเข้าในกรอบได้เลยไหม...?
เราสามารถเข้าในกรอบได้ แต่ Setup บอกว่าราคาต้อง Breakout เราก็ต้องรอให้ราคาทะลุแนวรับลงมาก่อนถึงจะเข้าออเดอร์ได้
หลังจากนั้นราคาไดด้ลงต่อ อย่างที่บอกเราจะต้องแบ่ง 2 ไม้คือ ไม้จังหวะ Breakout ลงมาแตะจังหวะย่อขึ้นไปทำ Pullback ในหลาย ๆ จังหวะ หลาย ๆ คนกลัวเพราะว่ากลัวการตกรถ เราออเดอร์ไม่ทัน แต่เชื่อเถอะดีกว่าสวน Buy ขึ้นไป เพราะคิดว่ามันต่ำแน่ ๆ เพราะว่าถ้ามันไปมันจะไปแรงแบบในตัวอย่างเลย
ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากเพจ Alice Veronica
แอดเหยี่ยวหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญก่อนที่จะเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ไหนก็ตาม แอดอยากให้ศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ถือว่าแอดเตือนแล้วนะ!!! อย่าลืมมาตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี !

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis) และการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ในการเทรด Forex โดยอธิบายจุดเด่น ข้อจำกัด และการใช้งานของแต่ละแนวทาง พร้อมชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่นักเทรดมือใหม่มักพบ เช่น การเลือกใช้เพียงวิธีเดียว การละเลยข่าวสำคัญ หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป ทั้งนี้ การผสานการวิเคราะห์พื้นฐานเพื่อมองภาพรวมตลาด และการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อหาจังหวะเข้าออกที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว.

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบายแนวคิด ICT (Inner Circle Trader) ซึ่งเป็นกรอบการวิเคราะห์ตลาดที่มองว่าราคาถูกขับเคลื่อนโดย Smart Money และ Liquidity มากกว่าการเคลื่อนไหวแบบสุ่ม เนื้อหาครอบคลุมแนวคิดสำคัญ ได้แก่ Market Structure, Order Block, Fair Value Gap (FVG), Liquidity, Killzones และ Optimal Trade Entry (OTE) พร้อมอธิบายวิธีนำไปใช้ในการหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ในตลาดฟอเร็กซ์ ทั้งนี้ ICT มีจุดเด่นด้านการให้มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของสถาบันการเงิน แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องความซับซ้อนและการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยบทความสรุปว่า ICT เหมาะกับนักเทรดที่มีพื้นฐาน Price Action และต้องการพัฒนาความเข้าใจตลาดในระดับที่ลึกขึ้น.