เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

สรุปราคาทองวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดเอเชีย ราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต)จะ เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หลังจากดัชนีภาคบริการของสหรัฐออกมาดีเกินคาด ซึ่งช่วยหนุนดัชนีดอลลาร์ให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ที่ 110.79 ส่วนอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนบริเวณ 3.36556 จนเป็นปัจจัยกดดันทองคําให้ร่วงลงแตะระดับต่ําสุดบริเวณ 1,791.10ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ Buy the dip นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการแข็งค่าของยูโร ท่ามกลางการคาดการณ์ ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันนี้ ขณะที่นักลงทุนปรับสมดุลสถานการณ์ลงทุน ก่อนที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟต) มีกําหนดจะแถลงในวันพฤหัสบดีนี้ ด้วยการขายกําไรตอลลาร์และกลับเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล จนส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์กลับมาปิดตลาดด้วยการอ่อนค่าลง -0.65% ส่วนอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงสู่ระดับ 3.2424% จนเป็นปัจจัยสําคัญที่อยู่เบื้องหลังการทะยานขึ้นเกือบ 30 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับต่ําสุดในระหว่างวัน สู่ระดับสูงสุด บริเวณ 1,719.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้จับตาผลการประชุม ECB รวมถึงถ้อยแถลงของประธาน ECE การเปิดเผยตัวเลขจํานวนผู้ ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ และถ้อยแถลงของประธานเฟด
ราคาพยายามทดสอบแนวต้านที่ 1,726 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดของสัปดาห์นี้) ถ้ายังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง แรงขายท าก าไรออกมา แต่หากผ่านได้มุมมองเชิงบวก ต่อราคาทองค าจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับ ระยะสั้นอยู่ที่ 1,704-1,688 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
คําแนะนําเปิดสถานะซื้อ $1,704-1,688
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,726
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลด $1,676
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

การบริหารการเงินส่วนบุคคลเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บุคคลสามารถจัดการรายรับ รายจ่าย การออม และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะสามารถสร้างรายได้หรือกำไรจากการลงทุนได้มาก แต่หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตได้ แนวคิดหลักของการบริหารเงินประกอบด้วยการเตรียมเงินสำรองรับความเสี่ยง การควบคุมการใช้จ่าย การนำเงินออมไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่า และการรักษาระดับความมั่งคั่งในระยะยาว ผ่านขั้นตอนสำคัญ เช่น การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน วิเคราะห์สถานะทางการเงิน และการจัดทำแผนการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและบรรลุเป้าหมายชีวิตได้อย่างยั่งยืน.

การเทรดใน Foreign Exchange Market ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน หากมีการวางแผนและมีวินัย นักเทรดสามารถใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีต่อวันในการวิเคราะห์ตลาด วางแผนจุดเข้า–ออก และจัดการคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเลือกสินทรัพย์ที่มีความผันผวนเหมาะสม การกำหนดขนาดสถานะ และการติดตามผลการเทรด กลยุทธ์ที่เหมาะกับการใช้เวลาสั้น ๆ ได้แก่ การเทรดแบบ Swing การเทรดรายวัน และการใช้ระบบอัลกอริทึม ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถบริหารเวลาและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้แม้มีเวลาจำกัด.

การเทรดใน Foreign Exchange Market มีหลายรูปแบบตามสไตล์และเวลาของนักเทรด โดย Swing Trading และ Scalping Trading เป็นสองกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูง โดย Swing Trading เน้นการถือสถานะระยะกลางตั้งแต่ 1 วันถึงหลายวัน เพื่อเกาะแนวโน้มของตลาด เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถเฝ้ากราฟตลอดเวลา ขณะที่ Scalping Trading เน้นทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมากภายในวัน ต้องอาศัยการตัดสินใจรวดเร็วและการเฝ้าหน้าจออย่างต่อเนื่อง ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของนักเทรดแต่ละคน.
GTCFX
Exness
FXTM
D prime
IC Markets Global
GO Markets
GTCFX
Exness
FXTM
D prime
IC Markets Global
GO Markets
GTCFX
Exness
FXTM
D prime
IC Markets Global
GO Markets
GTCFX
Exness
FXTM
D prime
IC Markets Global
GO Markets