เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:แชร์ประสบการณ์ลาออกจากงานประจำ มาเป็น Full Time Trader

วันนี้แอดมินขอหยิบเรื่องราวจากเทรดเดอร์ท่านหนึ่งที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ในกระทู้ Pantip เกี่ยวกับการลาออกจากงานประจำ มาเป็น Full Time Trader โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ลาออกจากงานมา ตอนที่งานพุ่งแรงสุดๆ มาเป็น Full time พร้อมกับ หนี้ ภาษี ที่ต้องจ่ายอีก สี่แสนกว่าๆ ผ่อนชำระ สามเดือน เงินเก็บแทบไม่มี แต่ก็กดดันตัวเองจนผ่านมาได้ หลักๆ ทุนน้อย ต้อง Scalping แล้วเฝ้าเอา สำคัญคือ เข้าไว ออกไว ไม่โลภ เพราะความกดดันที่ต้องจบเรื่องภาษี คือต้องเทรดให้ได้เดือนละ 140K ++ บาท
แต่ เข้าได้ ทีละ ไม่เกิน 0.50 ตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เครียด ทุน 1923 USD เหมือนไม่มีความหวังเลย ตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นทุกอย่างออก แล้ว ซอยเป้าหมายย่อยๆ มีเวลาเดือนละ 22 วัน ต้องเทรดให้ได้ วันละ 200++USD แทบจะอ้วก เปลี่ยนรูทีนชีวิตใหม่ นอนตีสาม ตื่นเที่ยง เตรียมตัวเข้าตลาด บ่ายสอง-ตีสอง ตลาดมันไม่ได้ตามใจเราหรอก ดังนั้น ต่อให้จะต้องเปิด ออร์เดอร์ ย่อย เป็น 100 ครั้ง แล้วได้กำไร ครั้งละ 2$ ก็ต้องทำ
ไหนไหน ก็ว่างอยู่แล้ว ก็นั่ง Scalping ไป ใช้บัญชี Zero ค่าคอมโหด แต่คุ้ม เทรดได้ ตี4-5 ไม่ต้องมานั่งพะวง สเปรด เราเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ว่า นี่ก็คืองานประจำ ที่ทำให้เราอยู่ที่บ้านได้ ถ้าไม่หมดเวลาเทรด เราจะไม่ยอมแพ้ เลิก เข้ากลุ่มที่บอกซิก บอกเทรน มันทำให้เราเขว
แต่ ดูภาพรวม ยึดกราฟเป็นที่สุด ข่าวรองลงมา เพราะ เรามีความเชื่อว่า ยังไงทุกอย่างก็ต้องกลับมาพื้นฐาน ตอนนี้ จบเรื่องภาษีแล้ว แต่ปรับการเทรดใหม่ ถามว่ารวยขึ้นไหม ก็ยัง ได้เงินน้อยกว่าทำงานประจำ แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไม่มี ค่าสังคมต้องไปเลี้ยงลูกน้องไม่มี Connection ก็ไม่มี 555 อาหารทุกวันก็ทำกินเอง
ทุกวันนี้ใช้เงินเดือนไม่ถึง 9พัน กำไร ที่เหลือ เก็บซื้อกองทุนรวม ซื้อหุ้น จะให้กลับไปทำงานก็คงไม่มีคนจ้างแล้ว เคยคิดนะ แต่พอคิดเรื่องค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายนอกบ้าน ต้องตื่นตีห้า หกโมง รถติดบนถนน แล้วพอ บอกตัวเองว่า ชีวิตเลือกได้ แต่ตัดบางอย่างไปบ้าง ตอนนี้จะหงุดหงิดเรื่องขายหมูมาก คงเพราะเคยชินกับการเข้าไวออกไว ไม่กล้าอยู่นานกลัวกราฟเปลี่ยนทิศ ตอนนี้ก็หาเรื่อง ไปทำสัญญาคอนโด เพื่อที่จะเป็น aim ว่า คอนโดเสร็จอีก สองปี ต้องมีเงินสด ไปวาง ก็บวกรวมในค่าใช้จ่ายที่ต้องเทรดหาไป
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่อยากออกมา Full Time Trader ลองเชื่อในตัวเองดูก่อนอีกนิดนะ สู้ๆนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://pantip.com
คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบ เรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

การบริหารการเงินส่วนบุคคลเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บุคคลสามารถจัดการรายรับ รายจ่าย การออม และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะสามารถสร้างรายได้หรือกำไรจากการลงทุนได้มาก แต่หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตได้ แนวคิดหลักของการบริหารเงินประกอบด้วยการเตรียมเงินสำรองรับความเสี่ยง การควบคุมการใช้จ่าย การนำเงินออมไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่า และการรักษาระดับความมั่งคั่งในระยะยาว ผ่านขั้นตอนสำคัญ เช่น การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน วิเคราะห์สถานะทางการเงิน และการจัดทำแผนการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและบรรลุเป้าหมายชีวิตได้อย่างยั่งยืน.

การเทรดใน Foreign Exchange Market ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน หากมีการวางแผนและมีวินัย นักเทรดสามารถใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีต่อวันในการวิเคราะห์ตลาด วางแผนจุดเข้า–ออก และจัดการคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเลือกสินทรัพย์ที่มีความผันผวนเหมาะสม การกำหนดขนาดสถานะ และการติดตามผลการเทรด กลยุทธ์ที่เหมาะกับการใช้เวลาสั้น ๆ ได้แก่ การเทรดแบบ Swing การเทรดรายวัน และการใช้ระบบอัลกอริทึม ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถบริหารเวลาและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้แม้มีเวลาจำกัด.

การเทรดใน Foreign Exchange Market มีหลายรูปแบบตามสไตล์และเวลาของนักเทรด โดย Swing Trading และ Scalping Trading เป็นสองกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูง โดย Swing Trading เน้นการถือสถานะระยะกลางตั้งแต่ 1 วันถึงหลายวัน เพื่อเกาะแนวโน้มของตลาด เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถเฝ้ากราฟตลอดเวลา ขณะที่ Scalping Trading เน้นทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมากภายในวัน ต้องอาศัยการตัดสินใจรวดเร็วและการเฝ้าหน้าจออย่างต่อเนื่อง ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของนักเทรดแต่ละคน.