Octa ปี 2026 ไม่มีค่า Swap จริงไหม? และอะไรที่นักลงทุนควรรู้ก่อนใช้งาน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:นโยบายไบเดน 7 ข้อที่นักลงทุนควรรู้ในการกดราคาพลังงานให้ลดลง

บทความนี้ เราจะพยายามดูมาตรการบรรเทาทุกข์จากเงินเฟ้อ ที่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้่นกับตลาดลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรทราบ
1. ประชุมกับบรรดา CEO บริษัทผู้ผลิตพลังงาน
ผู้บริหารน้ำมันจะต้องสามารถให้คำมั่นที่จะเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ ยังเป็นไปได้ที่ไบเดนและพรรคพวกจะใช้โอกาสนี้ตำหนิอุตสาหกรรมน้ำมันและขอให้ซีอีโอแบ่งผลกำไรจากจำนวน 35 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2022 มาให้กับรัฐบาล หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จะเป็นสัญญาณขาลงสำหรับน้ำมัน เพราะอาจหมายถึงการผลิตที่มากขึ้นจากฝั่งสหรัฐฯ หากเกิดอย่างหลังขึ้น จะถือเป็นสัญญาณขาขึ้นของน้ำมัน เพราะอุตสาหกรรมน้ำมันจะมองว่าฝ่ายไบเดนเป็นศัตรูและจะยังคงการผลิตแบบระมัดระวัง ไม่ขยายกำลังการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับฝั่งตน
2. ปรับโครงสร้างการชำระภาษีน้ำมัน
รัฐบาลไบเดนกำลังขอให้รัฐสภาระงับภาษีน้ำมันของรัฐบาลกลางเป็นเวลาสามเดือน และเรียกร้องให้รัฐบาลของแต่ละรัฐระงับภาษีน้ำมันเบนซินภายในรัฐของตนเอง ภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลางในปัจจุบันอยู่ที่ 18 เซนต์ต่อแกลลอน แต่ภาษีน้ำมันเบนซินเฉลี่ยของรัฐอยู่ที่ 54 เซนต์ การดำเนินการเหล่านี้ร่วมกันอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินลดลงเกือบ 1 เหรียญต่อแกลลอนสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก หากเป็นเช่นนี้จริง จะเป็นการผลักดันทั้งน้ำมันเบนซินและราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้น ไม่ได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้บริโภคเลย
3. การปรับภาษีกับบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน
นี่เป็นข้อเสนอที่กำลังเริ่มเข้าสู่รัฐสภาและจะต้องผ่านทั้งสภาล่างและวุฒิสภาก่อนที่จะลงนามในกฎหมายโดยประธานาธิบดี มีแนวโน้มว่าประธานาธิบดีจะชอบกฎหมายนี้ เพราะเขาเคยวิพากษ์วิจารณ์บริษัทน้ำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำกำไรได้มากเกินไป อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้จะไม่สามารถช่วยไบเดนให้บรรลุเป้าหมายในการลดราคาสำหรับผู้บริโภคได้มากนัก
4.กลับมาทำนโยบายห้ามการส่งออกน้ำมันดิบออกจากสหรัฐฯ
ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา พวกเขาห้ามไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันดิบมาเป็นเวลา 40 ปีจนถึงปี 2015 เมื่อประธานาธิบดีโอบามายกเลิกการห้ามนี้ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบชนิดเบาและหวาน ซึ่งผู้กลั่นในสหรัฐฯ ไม่สามารถดำเนินการและนำเข้าน้ำมันดิบที่มีรสเปรี้ยวที่มีน้ำหนักกว่าได้ ดังนั้นผู้กลั่นจำเป็นต้องดำเนินการกลั่นกรองอย่างเหมาะสมที่สุด ในเดือนพฤศจิกายน 2021 สหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการส่งออกของสหรัฐฯ ถูกห้าม ก็อาจไม่ช่วยทำให้ราคาน้ำมันหรือน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ลดลง เนื่องจากการนำน้ำมันดิบของอเมริกาออกจากตลาดโลกจะทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น
5. ห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม
ทำเนียบขาวได้บอกเป็นนัยว่ากำลังพิจารณาที่จะให้คำสั่งห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางส่วนหรือทั้งหมดมีผลบังคับใช้ นี้อาจจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แม้ว่าสหรัฐฯ จะสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันดิบ แต่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมก็ยังส่งออกได้ การห้ามครั้งนี้จะทำให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในตลาดผลิตภัณฑ์กลั่นทั่วโลกซึ่งสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญ ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน การหยุดชะงักของโลกจะทำให้ราคาซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโครเลียมแปรรูปในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
6. ระงับกฎหมายว่าด้วยการส่งสินค้าทางน้ำ
Jones Act (JA) เป็นกฎหมายที่กำหนดให้สินค้าที่ขนส่งระหว่างท่าเรือในสหรัฐอเมริกา ที่ต้องขนส่งทางเรือที่สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกาและเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยพลเมืองอเมริกันหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ กฎหมายนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และ JA เป็นเหตุผลว่าทำไมราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบนชายฝั่งตะวันออกจึงสูงกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือติดธงชาติอเมริกามีไม่พอสำหรับขนส่ง
JA มักถูกระงับหลังจากพายุเฮอริเคนเพื่อส่งน้ำมันเบนซินและดีเซลไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วในขณะที่ผู้อยู่อาศัยพยายามฟื้นฟูสถานที่ให้กลับคืนมา การระงับ JA ในขณะนี้สามารถช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลบนชายฝั่งตะวันออกได้ โดยการลดต้นทุนการขนส่งและขจัดปัญหาคอขวดในการขนส่ง มีแนวโน้มว่าการระงับ JA จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก แต่สามารถช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคได้
7. ลูกเล่นทางการเมือง และกลไกเบื้องหลังเวที
เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทำเนียบขาวอาจพยายามกดดันอะไรหรืออาจเสนอประโยชน์อะไรได้บ้างเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ทำเนียบขาวในขณะนี้กำลังหมดหวัง พวกเขาเหลือเวลามากกว่าสี่เดือนจากวันเลือกตั้งที่จะมาถึง เราสามารถสรุปได้ว่าหากราคาน้ำมันไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ—อาจจะมากถึง 40% หรือ 50%— ฝ่ายบริหารจะยิ่งสิ้นหวังและเต็มใจที่จะถูกบังคับให้ทำข้อตกลงที่เสียเปรียบในเดือนกันยายนหรือตุลาคม
ข้อมูลจาก : Investing.com
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้นำเสนอวิวัฒนาการของตลาดฟอเร็กซ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้นักเทรดเข้าใจโครงสร้างและพัฒนาการของตลาดที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของฟอเร็กซ์มาจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ผูกค่าเงินกับทองคำ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Bretton Woods ซึ่งกำหนดให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ต่อมาเหตุการณ์ Nixon Shock ในปี 1971 นำไปสู่การยกเลิกการผูกค่าเงินกับทองคำ และเกิดระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของตลาดฟอเร็กซ์สมัยใหม่ ช่วงแรกตลาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนกระทั่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและโบรกเกอร์ออนไลน์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง จากนั้นสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มเทรด และระบบ Social Trading ได้ยิ่งเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักเทรดทั่วโลก ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวสู่ยุคของ AI และ Algorithmic Trading ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บทความชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์ฟอเร็กซ์ช่วยให้นักเทรดตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัว การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
eightcap
FXTM
VT Markets
FOREX.com
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
eightcap
FXTM
VT Markets
FOREX.com
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
eightcap
FXTM
VT Markets
FOREX.com
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
eightcap
FXTM
VT Markets
FOREX.com