ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดทั้งวันราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนสลับขึ้น-ลงในกรอบ ท่ามกลางปัจจัยทั้งบวกและลบที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดทั้งวันราคาทองคำแกว่งตัวผันผวนสลับขึ้น-ลงในกรอบ ท่ามกลางปัจจัยทั้งบวกและลบที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา ทั้งนี้ ราคาทองคำเปิดตลาดพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,928.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐและชาติ พันธมิตรตะวันตกเห็นพ้องตัดธนาคารของรัสเซียบางแห่งออกจาก SWIFT ส่วนประธานาธิบดีปูติน สั่งการกองกำลังด้านอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในสถานะ “ตื่นตัวอย่างสูง”

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงบวก ลงในเวลาต่อมาจากแรงขายทำกำไร นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากข่าวที่คณะผู้แทนของรัสเซียและยูเครนได้เริ่มต้นการเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ ก่อนจะเกิด แรงซื้อ Buy the Dip เข้ามาพยุงราคาเอาไว้ ขณะที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ในทันทีที่มีรายงานว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ประกาศอายัดทรัพย์สินของ ธนาคารกลางรัสเซียในสหรัฐ รวมถึงห้ามชาวอเมริกันทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซีย และมาตรการดังกล่าวยังรวมไปถึงกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัสเซียและกระทรวงการคลังรัสเซียโดยมีผล บังคับใช้ในทันที แต่การปรับตัวขึ้นของทองคำไปได้ไกลแค่ 1,917 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรสลับออกมา
ขณะที่ Bitcoin พุ่งขึ้นแตะสูงสุดนับตั้งแต่เดือนวันที่ 22 ก.พ. ท่ามกลาง การคาดการณ์ว่าสกุลเงินดิจิทัลจะได้รับความนิยมหลังจากรัสเซียถูกคว ่าบาตรทางเศรษฐกิจ ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงมาปิด Gap ราคาบริเวณ 1,888.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะฟื้น ตัวขึ้นปิดตลาดบริเวณ 1,908.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเพิ่ม +2.03 ตัน สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีPMI ภาคการผลิตและการใช้จ่ายด้านก่อสร้างของสหรัฐ

ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,928-1,935 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้(1,928ระดับสูงสุดของวัน จันทร์) ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด
สำหรับวันนี้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,892 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนได้แนวรับส าคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,870 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,892-1,870
จุดทํากําไร ขายทํากําไร $1,928-1,935
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,870

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ