ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดพุ่งขึ้น 9.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําในระยะนี้สามารถต้านทานแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดพุ่งขึ้น 9.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําในระยะนี้สามารถต้านทานแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะใช้การประชุมนโยบาย การเงินในวันที่ 25-26 ม.ศ.นี้เพื่อส่งสัญญาณถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.2556ในการประชุมเดือนมี.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกในประเด็นยูเครน

ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวตึงเครียดมากขึ้น หลังจากวานนี้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ประกาศเสริมกําลังทหารทั้งทางบก ทะเล และทางอากาศตามพรมแดนฝั่ง ตะวันออก เนื่องจากมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่รัสเซียอาจทําการโจมตียูเครนในไม่ช้า ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกคําสั่งให้กําลังพลจํานวน 8,500 นายเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดในกรณีที่ต้อง

มีการเคลื่อนพลไปช่วยกองกําลังของนาโต้ ส่วนรัสเซียออกมากล่าวหาว่าสหรัฐและนาโตกําลังเพิ่มความตึงเครียดต่อสถานการณ์ในยูเครนด้วยการกระพือข่าวที่สร้างความตื่นตระหนก ปัจจัย ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง อาทิ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และทองคํา อย่างไรก็ดี เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าดัชนีดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเช่นกัน นั่นทําให้ดัชนี ติขลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.23% แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 96.127 เมื่อคืนนี้จนส่งผลกตดันให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,829.77 ติขลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่ราคาทองคําจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายตลาดจนกระทั่งกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตาม | การเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB และดัชนีภาคการผลิต จาก เฟดริชมอนด์
หลังจากราคาทองคำทรงตัวเหนือแนวรับโซน 1,833-1,827 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จนสามารถยืนได้จึงเกิดแรงซื้อพยุงราคาไว้ อย่างไรก็ตามหากการปรับตัวขึ้นราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,847-1,849 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการ แกว่งตัวในกรอบเดิมซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นช่วงสั้น

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,827 -1,809
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,849-1,863
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,809

ถ้าคุณจะเทรดทองคำ หรือเทรด Forex คุณต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ Forex เท่านั้น ซึ่งในตลาดมีโบรกเกอร์ Forex มากมายแต่ 90% มีแต่โบรกเกอร์โกง ฉะนั้นแนะนำให้คุณดาวน์โหลดแอป WikiFX และใช้แอป WikiFX ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ Forex ก่อนที่เทรดดีกว่า ไม่งั้นอาจโดนโกงได้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ