ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรูป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +1.1% โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทางเทคนิคและแรงซื้อ Buy the dip
สรูป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ +1.1% โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทางเทคนิคและแรงซื้อ Buy the dip หลังจากทองเผชิญกับแรงขายต่อเนื่อง 6 วัน ทําการติดต่อกัน ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากกลับมาอ่อนค่าของดอลลาร์

โดยดัชนีดอลลาร์ ถูกเทขายทํากําไรหลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาขานรับผลการประชุมธนาคาร กลางสหรัฐ(เฟด)ที่เป็นไปในเชิง Hawkish กว่าคาด นอกจากนี้ ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากการเปิดเผยดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า คาดสู่ระดับ +0.29 ในเดือนพ.ค. ซึ่งต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ +0.32 พร้อมกันนี้
ราคาทองคํายังได้รับแรงหนุนเพิ่มจากถ้อยแถลงของนายจอห์นวิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์กซึ่ง เป็นกรรมการเฟดที่มีสิทธิ์โหวตนโยบายการเงินแบบถาวร ที่ออกมาระบุวานนี้ว่า เศรษฐกิจจําเป็นต้องมีความคืบหน้ามากกว่านี้ ก่อนที่เฟดจะเริ่มลดมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจบางส่วน ซึ่งสะท้อนมุมมองในเชิงสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Dovish Tone) สถานการณ์ดังกล่าว หนุนให้ราคาทองคําฟื้นตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,786.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของราคาทองคํายังเป็นไปอย่างจํากัด เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการถือครองทองสถานะทองคําหลังจากที่เฟดส่งสัญญาณเปลี่ยนท่าทีในการดําเนินนโยบาย การเงินในอนาคต ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -3.50 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองและดัชนีภาคการผลิตจากเฟดริชมอนด์ อีกทั้งต้องจับตานายพาวเวล ประธานเฟด แถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์ COVID-19 ประจําสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในคืนวันนี้
ราคาเริมมีการดีดตัวกลับทุกครั้งเมือราคาอ่อนตัวลงใกล้ระดับตําสุดของวันก่อนหน้า หากการดีดตัวอยู่ในระดับที่มากกว่า 25-30 เหรียญจะทําให้แรงขายชะลอตัวลง แต่หากการดีดตัวกลับราคายังไม่สามารถกลับไปทดสอบหรือ ยืนเหนือโซนแนวต้าน 1,787-1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจเกิดแรงขายกดดันให้ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับ ระยะสั้นที่ 1,767-1,761 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คําแนะนํา ราคาทองคํายังมีกําลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่หาก ราคาทองคําไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,787-1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํากําไร ระยะสั้น แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป

แนะนำฟีเจอร์ “การเปิดเผย” เราแนะนำถ้าคุณอยากดูรีวิวโบรกเกอร์จากผู้ใช้จริง สามารถกดเข้าไปที่ ‘การเปิดเผย’ และคุณจะเจอการร้องเรียนโบรกเกอร์ Forex จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อที่คุณจะได้เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ไม่เกิดปัญหาให้คุณปวดหัวได้ ลองใช้ดู ถ้าโบรกที่คุณใช้โดนร้องเรียนบ่อย ๆ ควรพิจารณาเลยล่ะ ดาวน์โหลดแอพ WikiFX เลย!
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน